
กูเกิลรุกตลาดต่อเนื่อง เปิด"กูเกิล แมพ"เวอร์ชั่นใหม่ดึงพันธมิตรระบบขนส่งกรุงเทพฯ ร่วมให้บริการแผนที่เดินทางอัจฉริยะ
นาย แอนดรู แมคกลินชีย์ หัวหน้าฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ กูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า กูเกิลผนึกกำลังเป็นพันธมิตรหน่วยงานคมนาคมขนส่งทางบกในกรุงเทพฯ ทุกประเภท ได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส และบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน (เอ็มอาร์ที) เปิดบริการกูเกิล แมพ เวอร์ชั่นใหม่ แสดงรายการจราจรทุกเส้นทางหลักของกรุงเทพฯ และปริมณฑลแบบเรียลไทม์ ทั้งวางแผนการเดินทางแบบลงลึกเป็นประเทศแรกของโลก
ผู้ ใช้สามารถตรวจสอบข้อมูลแผนที่ เส้นทาง วางแผนการเดินทางได้หลายวิธี ตั้งแต่การเดินเท้า ไปจนถึงการเดินทางทางบกทุกประเภท รวมถึงทางเรือ ทั้งรับรู้การรายงานสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ และข้อมูลระบบขนส่งสาธารณะบนมือถือ และคอมพิวเตอร์ ช่วยให้ผู้สัญจร และผู้ขับขี่ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ง่าย หรือเปลี่ยนไปใช้เส้นทางที่สะดวกกว่าได้อย่างฉับพลันขณะกำลังเดินทาง

"ไทย ถือเป็นประเทศที่ 8 ของโลกที่ใช้บริการกูเกิล แมพ แสดงภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ รองจากจีน ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส รัสเซีย สิงคโปร์ อังกฤษ ซึ่งประเทศเหล่านี้ บางแห่งแค่รายงานจราจรเท่านั้น แต่ไทยให้บริการทั้งรายงานจราจรเรียลไทม์ และวางแผนการเดินทางด้วย จึงถือเป็นประเทศแรกของโลกที่ได้รวมระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดไว้บนกูเกิล แมพ"
บริการ ใหม่ของกูเกิล แมพ รองรับการใช้บริการของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ใช้ระบบขนส่งมวลชนกว่า 1.7 ล้านคน และผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนตัวกว่า 5 ล้านคนแต่ละวัน รวมถึงนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคนต่อปี
กูเกิลเป็นองค์กรแรกที่ได้รับข้อมูลตารางเวลาของรถขน ส่งมวลชนทุกประเภท รวมถึงตำแหน่งที่ตั้ง และข้อมูลเส้นทางอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานเหล่านี้ และกูเกิลทำหน้าที่ประสานงานกับ สนข. ผสานรวมข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ไว้บนหน้ากูเกิล แมพ
นางสาวพร ทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทย กูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า กูเกิลแมพ เวอร์ชั่นนี้ สามารถใช้งานได้ทั้งบนพีซี และบนมือถือทั้ง 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ ไอโฟน แบล็คเบอร์รี วินโดว์ส โฟน แอนดรอยด์ และซิมเบียน
"เรายังคงพัฒนาเฟซถัดไปของกูเกิล แมพ โดยเฉพาะการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งอนาคตต้องหาพาร์ทเนอร์ในท้องถิ่นต่างๆ เข้าเพิ่ม"
นาย แมคกลินชีย์ กล่าวว่า ไทยยังคงเป็นตลาดใหญ่ และสำคัญที่สุดของกูเกิล ทั้งยังครองตำแหน่งเบอร์ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ผู้ใช้บริการกูเกิลแอคทีฟที่สุด เห็นได้จากการเปิดตัวบริการใหม่ๆ ในไทยมักได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ และมีสัดส่วนผู้ใช้งานแต่ละบริการเพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี รายได้หลักๆ ในไทย ณ วันนี้ ยังมาจากโฆษณาออนไลน์บนบริการ กูเกิล แอดเวิร์ส
เขากล่าวด้วย ว่า บริการกูเกิล แมพ เวอร์ชั่นใหม่นี้ จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว หากประเทศไทยเปิดให้บริการเทคโนโลยี 3 จี
First, we're happy to announce that the team has identified and fixed the issue with the YouTube conduit; you can now find and add videos from YouTube to your library and posts. As always, thanks for your patience!
The other news we have today is about a new addition to the Six Apart family: TypePad Micro, a new free level of TypePad that is streamlined for microblogging. We see a new form of blogging emerging that lives between the quick status updates of Twitter and Facebook and the long-form posts of "classic" blogging; TypePad Micro is designed to meet that need. You can read more about TypePad Micro in Chris Alden's post on the Everything TypePad blog.
A lot of the new capabilities we've added to TypePad this year were actually inspired by some of the best things about Vox: favoriting, member profiles, a dashboard to follow other bloggers, and easy ways to post content from other social media sites. But the things that make Vox different from TypePad are still there: Vox has always been -- and still is -- the best place for "friends and family" blogging, where you're in control over who sees what. TypePad, on the other hand, is built for the blogger who wants, no, craves, attention.
Do you have a passion or interest you want to share with people beyond your Vox neighborhood? If so, we'd love it if you tried out TypePad Micro. Maybe you've always wanted to start that obsessive blog that's just about waffle restaurants. Or want a place to share videos of your favorite band (Jonas Brothers, anyone? Anyone? ...). TypePad Micro's great for those topic-specific blogs. Take it for a spin and let us know what you think.
On the Vox front, our designers are working on some cool new themes (coming soon!). We'd also love to hear your thoughts about where we should take Vox in the coming year. What are the key things you'd like to see for Vox? If you've had a chance to use TypePad this year, what are the features there that we should bring over to Vox? And, if you're thinking big thoughts, how could we connect the Vox and TypePad communities in order to bring together bloggers and their shared passions? Your feedback is really important to us, so please leave a comment here, or shoot me a message.
And again, thanks for your patience as we found and fixed the YouTube bug!
~ daisy
As many of you have noticed, the YouTube Conduit is not working. I am so sorry about this; I know how frustrating it is.
The team is looking into how to get this fixed and I will update you as soon as I hear something. In the meantime, not all is lost... There is a work-around for posting videos.
When you're in the Compose Screen, just click on "embed." Ignore the fact that it says "Widget" before everything because you can definitely use this to embed videos as well. You'll just need to input the embed code from the video, enter a title (if you want) and hit OK.
It might not show up perfectly in your compose screen, but when you hit "Save," your video should appear just the way you wanted it to.
Hopefully this will allow you to keep posting videos while we figure out what's happening on our end.
As always, thanks for your patience.
So, I've been using my Typepad account instead of VOX, and whenever I come back over this way I have shit loads of spam comments to delete. Surely, VOX, if you delete a spam account, it should automatically delete all of the spam comments they've left as well?
Go forth and fill your libraries with media.
Seriously, thanks to everyone for being so amazing and patient. You are the reason I love Vox.
เมื่อสองปีก่อนไปเดินซื้อหนังสือที่ร้านหนังสือภาษาอังกฤษมือสอง(มือหนึ่งก็มี)ที่ร้านหนังสือในซอยรามบุตรี
ตาดวงเล็กๆของเราก็เหลือบไปเห็นหนังสือเรื่อง The Time Traveler's Wife เข้า เมื่ออ่านเรื่องย่อที่ปกหลังแล้วก็เป็นที่ถูกอกถูกใจเข้าอย่างจังๆเลย แต่...เปลี่ยนใจ ไม่ซื้อมาอ่าน เพราะเหตุผลงี่เง่าเดิมๆ คือ กลัวว่ามันจะอ่านยาก เพราะเคยอยู่ที่บางเรื่องที่ซื้อมาเค้าเขียนเล่นภาษาหรือบางทีก็ใช้แสลงเยอะเสียจนเราอ่านแล้วไม่ลื่นไหลอย่างใจปรารถนา เพราะมาติดๆขัดๆกับพวก phrasal verbs และพวก jokesฝรั่งที่แม้เรารู้ว่าตอนนี้มันต้องขำแต่เรากลับไม่ขำซะนี่ แล้วในที่สุดก็ต้องพับหนังสือเก็บใส่กล่อง ลืมๆมันเสีย
จนกระทั่ง วันหนึ่งเพื่อนชื่อ เออ มาบอกว่าจะมีหนังเรื่อง The Time Traveler's Wife เข้าโรง กันยายน จึงรี่ไปซื้อถึงร้านในทันใด เพราะอยากอ่านอยู่แล้ว และอยากรู้ด้วยว่าเค้าจะทำหนังออกมาอย่างไร
แต่...โชคไม่เคยเข้าข้างผู้หญิงผมสั้นอย่างดิฉัน มันหมดอ่ะ เลยทิ้งเบอร์มือถือไว้กับเจ้าของร้าน ให้เค้าโทรมาถ้ามีหนังสือเรื่องนี้เข้า เราเอาหมดไม่ว่าจะมือหนึ่ง หรือ มือสองที่ราคาถูกกว่า รออยู่หนึ่งสัปดาห์ก็สมหวัง มีให้เลือกทั้งเล่มจริงมือสอง กับฉบับก๊อปปี้มือสองที่ราคาถูกกว่า มีรึจะเลือกของแพงกว่า
แต่...(3 แต่แล้วนะ -_-) โชคก็ยังไม่เข้าข้างอีกตามเคย นั่งอ่านไปได้ 40 กว่าหน้าก็พบว่าหน้าหนังสือมันหายไป 1 หน้า อะ ไม่เป็นไร คงหายแค่หน้าเดียวแหล่ะ อีกอย่างพออ่านหน้าที่ถัดจากหน้าที่มันหายไปแล้วก็ยังคงรู้เรื่องอยู่เลยอ่านต่อ
แต่!!!...เฮ้ย หน้าหนังสือมันหายอีกแล้ว แล้วมันก็อ่านไม่รู้เรื่องด้วยเพราะเนื้อเรื่องมันไม่ปะติดปะต่อกันเลย...(น้ำตาซึมด้วยความโกรธ - เคยเป็นป่าว มันโมโหอ่ะ คนอะไร จะซวยซ้ำซวยซ้อนอย่างนี้) เราเลยหยุดอ่าน แล้วหันมาเปิดหนังสือทีละหน้าเพื่อเช็คดูว่าหน้าไหนมันหายไปบ้าง โอย จะเป็นลม นับรวมๆก็เป็นสิบหน้า เลยต้องกลับไปที่ร้านเพื่อเปลี่ยนเป็นเล่มจริงมือสองแทน และบอกกับตัวเองว่า คราวนหน้าอย่าได้ริซื้อของก๊อปปี้มาอีกเป็นอันขาด ยังดีนะที่เล่มนั้นยังไม่มีคนซื้อไป เฮ้อ โล่งอก
คราวนี้ก็มาตะบี้ตะบันอ่านกันละ วันที่ทำงานก็อ่านหลังจากกลับบ้านกินข้าวอาบน้ำแล้ว แต่ก็อ่านไม่ได้เยอะ (นอนเยอะเสียมากกว่า) ส่วนเสาร์อาทิตย์ ถ้าไม่ได้ออกไปข้างนอกก็อ่านมันทั้งวัน ทั้งหมดก็ 400 กว่าหน้า
เรื่องนี้อ่านแล้วก็ชอบในระดับนึงนะ ไม่ได้ชอบทั้งเรื่องแต่ชอบที่พระเอกเค้าเดินทางข้ามเวลาได้น่ะ มันสะดุดตาเราตั้งแต่ชื่อเรื่องแล้ว เรื่อง The Time Traveler's Wife นี้เขียนโดยนักเขียนอเมริกันชื่อ Audrey Niffenegger ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในปี 2003 เรื่องราวหลักคือความรักของพระเอกที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับยีนส์ ทำให้พระเอกเดินทางผ่านเวลาได้ไม่ว่าจะเป็นอดีต หรือ อนาคต โดยที่เขาไม่สามารถกำหนดหรือควบคุมการเดินทางผ่านเวลานี้ได้เลย และนางเอกซึ่งเป็นภรรยาของเขาที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับการหายตัวไปของพระเอก (แบบผลุบๆโผล่ๆ) ทำให้ต้องคอยเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา
ที่เราติดใจในหนังสือเล่มนี้มีอยู่สองสามอย่าง(เท่าที่นึกได้ตอนนี้นะ) อย่างแรกเลยคือ การที่พระเอก time travel ได้นั้นเค้า time travel ไปตัวเปล่าๆ(เปลือยๆ) ไม่สามารถนำสิ่งใดไปด้วยได้ (แม้แต่ที่อุดฟันก็ยังเด้งหลุดออกไปหมด) และก็ไม่สามารถนำสิ่งใดกลับมาได้เช่นกัน การที่จู่ๆก็หายตัวไปจากปัจจุบันแล้วไปโผล่เอาช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งโดยที่ไม่รู้เวลา สถานที่ ไม่มีเสื้อผ้าใดๆปกปิดร่างกาย ก็ต้องหาเสื้อผ้าใส่โดยงัดแงะบ้านคนแถวนั้น หรือไม่ก็อัดใครเข้าสักคนที่บังเอิ๊ญอยู่ตรงนั้นเพื่อที่จะเอาเสื้อผ้าของเค้ามาใส่ บางทีก็ฝนตก หิมะตกหนาวปางตาย โผล่ไปในป่าอะไรอย่างเงี้ย หรือได้กลับไปยังเวลาเก่าๆที่เรายังยึดติดอยู่ หรือช่วงที่อไรแย่ๆมันเกิดขึ้น เช่นพระเอก time travel ไปยังเวลาที่แม่ของเขายังมีชีวิตอยู่ กลับไปยังเวลาที่แม่ของเขากำลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ซึ่งแม้ว่าเขาจะพยายามช่วยอย่างไรก้ไม่สามารถแก้ไขได้ มันเหมือนกับวลีสั้นๆที่ว่า It's a gift, and a curse. ยังไงยังงั้นเลย ในสิ่งที่ดีๆ มันก็ย่อมต้องมีข้อเสียอยู่ในตัว ไม่มีอะไรที่ perfect ไปเสียหมดหรอก
สิ่งที่ชอบถัดมาคือการเขียนแบบ first-person perspective ซึ่งเป็นการเขียนที่ให้ตัวละครตัวใดตัวหนึ่งเป็นคนเล่าเรื่องผ่านมุมมองของตัวละครตัวนั้น ฟาชอบที่ Adrey ให้พระเอกกับนางเอกผลัดกันเป็นคนเล่าเรื่อง เพราะมันทำให้ผู้อ่านเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของทั้งสองคนอย่างดีลึกซึ้ง โดยไม่ต้องมานั่งเดาหรือวาดภาพเอาเองว่าใครคิดเห็นอะไรยังไง และอีกอย่างคือ เท่าที่อ่าน novel มา นี่เป็นเรื่องแรกที่ฟาสังเกตได้ว่าใช้ first-person perspective กับพระเอกและนางเอก
ช่วงนี้ป่วย เป็นไข้ มึนหัวไปหมด ไว้หายแล้วจะมาเขียนต่อ...
ป่วยนานเกินไปเสียจน พอหายป่วยแล้วจะมาเขียนต่อ มันเขียนต่อไม่ติดเสียแล้ว...
เอาเป็นว่า สรุปว่า หนังสือเรื่องนี้ก็ดีนะ แปลกใหม่ตรงที่เดินทางข้ามเวลา ความรักที่มีแต่การรอคอยของนางเอก ความสัมพันธ์ของพระเอกกับพ่อ แต่หนังที่เอาไปสร้างนี่ เฮ้อเสียหายยับเยิน! ไม่ต้องคิดแม้แต่จะเอามาเทียบกับหนังสือหรอก คนละ league กันเลยค่ะ
I was just told that the Amazon Conduit will be fixed by tomorrow. I will post here as soon as I get word that it's back up and running.
I know this has been frustrating and I am sorry there wasn't more I could do to make it less so. I really appreciate your patience though.
Cheers,
ค่ำวันนั้นก่อนเข้านอน...เจ้าคณะจังหวัดพูดต่อไปว่า
"อย่ากลัวพวกโจรหรือผู้ร้าย ภัยเหล่านี้เป็นเพียงภัยนอก
เป็นเรื่องที่ไม่สลักสำคัญ เราควรกลัวตัวของเราเอง
ความลำเอียงไม่เที่ยงธรรมเป็นโจรที่แท้จริง
ความชั่วเป็นผู้ร้ายใจอำมหิตที่ประกอบการฆาตกรรมที่แท้จริง
ภัยอันใหญ่ยิ่งอยู่ในตัวของเราเอง
จะสนใจไปทำไมกับสิ่งที่คุกคามศีรษะของเรา
หรือกระเป๋าเก็บเงินของเรา?
เราควรคำนึงถึงแต่สิ่งที่คุกคามดวงวิญญาณของเรา"
เหยื่ออธรรม (Les Misérables) หน้า 64
เขียนโดย วิคเตอร์ ฮูโก
จูเลียต แปล
ปล. รูปจาก www.sameskyboard.com