9 posts tagged “japanese”
วันนี้เอาคลิปเพลงการ์ตูนญี่ปุ่นยุค 1980's เรื่อง "ผีน้อยคิวทาโร่" มาให้ฟังกันครับ โดยการ์ตูนเรื่องนี้ ทางช่อง 9 ของบ้านเราเคยนำมาออกอากาศช่วงเช้าวันเสาร์-อาทิตย์อยู่พักใหญ่ๆ เลย คิดว่าหลายๆ คนที่ได้เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ยังคงจำความน่ารักปนทะเล้นของเจ้าผีน้อยคิวทาโร่กันได้ดี
การ์ตูนเรื่อง "ผีน้อยคิวทาโร่" เคยถูกนำมาผลิตเป็นภาควิดิโอเกมส์ของเครื่อง Famicom ให้เด็กๆ ในยุคนั้นได้เล่นกันด้วย ผมเองก็เคยเล่นเกมส์นี้เหมือนกันแต่ไม่เคยเคลียร์ได้สักครั้ง
เกมส์โชว์ของญี่ปุ่นรายการนี้เป็นเกมส์ที่ผมชอบดูเอามากๆ ซึ่งเมื่อสมัย 5-6 ปีก่อนทาง UBC เคยนำมาฉายออกอากาศอยู่พักใหญ่ๆ คิดว่าหลายๆ คนยังคงจำความมันส์แบบท้าทายผสมลุ้นระทึกของรายการนี้ได้ดี รายการที่ว่านี้ก็คือ "ศึกวัดใจสไตล์บูชิโด...ถ้าทำได้เอาไปเลยหนึ่งล้านเยน" (Ucchan Nanchan's Challengers of Fire: 1,000,000 Yen If You Can Do This!!) โดยมีเกมส์หลายๆ อย่างในรายการให้ผู้แข่งขันได้ประลองท้าทายความสามารถของตัวเอง และหนึ่งในเกมส์ยอดฮิตประจำรายการนี้ก็คือ "เกมส์ตะบองไฟฟ้ามหาประลัย" -- จะสนุกหรือลุ้นแค่ไหน ก็ลองดูกันเอาเองครับ
ส่วนคลิปนี้ก็เป็นเหล่าหญิงสาวที่มาเข้าร่วมแข่งเกมส์นี้ด้วย ลองสังเกตการเดินของพวกเธอและมุมกล้องที่ตากล้องจับภาพ เห็นแล้วช่างน่าหวาดเสียวดีแท้ (*_*)"
ทั้ง "ไอ้หนุ่มกังฟู" , "มาริโอ้" หรือ "Rockman" ถึงแม้จะเก่งกาจแค่ไหน ปราบศัตรูมามากนักต่อนัก แต่ในวิดิโอเกมส์ version พิเศษนี้ เหล่า superhero คงต้องยอมยกธงขาวให้ผู้หญิงที่ชื่อ "Sylvia" เขาล่ะ---ในที่สุดผู้หญิงก็ครองโลกจนได้...อาเมน
ปล. ต้องดูให้จนถึงฉากสุดท้ายเลยนะครับว่ามันจบ Game Over ยังไง ( รู้แต่ว่าเห็นแล้วเศร้าแทน Rockman )
เอาเพลงของการ์ตูนยอดฮิตแนวเด็กผู้ชายสมัยยุค 1980's เรื่อง "เคนชิโร่--หมัดเพชฌฆาตดาวเหนือ" มาให้ฟังกันเล่นๆ 3 เพลงนะครับ
จำกันได้มั้ยครับกับซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่อง"สิงห์สาวนักสืบ" ที่เคยฉายทางโทรทัศน์ช่อง 5 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ตอนบ่ายๆ ในช่วงเวลาร่วมๆ 20 กว่าปีก่อนน่าจะได้แล้ว ตัวเอกของของเรื่องก็คือสาวมัธยมปลาย 3 คน ที่มีอาวุธประจำตัวกันคนละอย่างคือ ลูกดิ่ง, ดาวกระจายและอีกอันน่าจะเป็นโซ่ (ไม่ค่อยแน่ใจแฮะ) เห็นแต่ละคนน่ารักอย่างนี้แต่ขอบอก...พวกเธอสามารถปะมือ-ต่อสู้ล้มพวกนักเลงขาโจ๋-ยากูซ่าได้ล่ะกัน เป็นซีรีส์ที่สนุกและชวนให้ติดตามมากๆ เลยในยุค 1980's จัดได้ว่าเป็นซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องแรกๆ เลยก็ว่าได้ที่ผมได้ดูตั้งแต่สมัยเป็นเด็กประถมและยังจำได้ดีจนถึงทุกวันนี้
นี่เป็นฉากการต่อสู้ฉากหนึ่งจากในเรื่อง คิดว่าหลายๆ คนที่เคยดูมายังพอจำกันได้
ซีรีส์เรื่อง "สิงห์สาวนักสืบ" นี่โด่งดังและฮอตฮิตมากถึงกับทางค่ายผลิตเกมส์ยักษ์ใหญ่อย่าง"เซก้า"(SEGA) เคยผลิตออกมาเป็นเกมส์ให้เล่นกันด้วยแหละ ผมเองก็คุ้นๆ อยู่เหมือนกันว่าเคยเล่นเกมส์นี้ที่บ้านเพื่อนที่อยู่ข้างบ้างตอนเด็กๆ
พูดถึง"เตตริส"( Tetris) หลายๆ คนต้องร้องอ๋อ...รู้จักเป็นอย่างดีและเคยชื่นชอบเล่นเกมส์ฝึกสมองเกมส์นี้ทางเครื่องวิดิโอเกมส์กันเป็นประจำเมื่อตอนเด็กๆ
แต่นี่ผมจะพูดถึง Human Tetris รายการเกมส์โชว์สุดฮิตของญี่ปุ่น ณ ขณะนี้ จะมันส์และสนุกแค่ไหน ก็ลองดูได้เลยครับ
วันนี้เรามารำลึกความหลังกับการ์ตูนยอดฮิตอีกเรื่องหนึ่งดีกว่า นั่นก็คือการ์ตูนแนวตำนานสุดยอดนักสู้ เซนต์เซย่ากับเหล่าเพื่อนพ้อง ว่าแล้วก็ไปฟังเพลง Intro กับ เพลงตอนจบของการ์ตูนเรื่องนี้กันดีกว่า
ถ้าอยากรู้ว่าปฏิกิริยาตอบสนอง ( reaction ) ของมนุษย์เราแต่ละคนเวลามีคนมาแหกปากร้องดังๆ ใส่เราแบบไม่ทันตั้งตัว ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร คลิปวิดิโอของเหตุการณ์ต่างๆ ข้างบนนี้คงจะพอให้คำตอบที่หลากหลายน่าสนใจได้ดีทีเดียว อยากรู้ว่าแต่ละคนจะออกอาการยังไงบ้าง ก็ลองคลิ้กเข้าไปดูแล้วกันครับ ( รับรองว่าฮาแตก )
ภาพยนตร์เรื่อง Lost in Translation นี้จัดได้ว่าเป็นหนังที่ผมชื่นชอบที่สุดเรื่องหนึ่งเลย จนถึงขั้นที่ว่าได้หาซื้อ DVD ของหนังเรื่องนี้มาเก็บขึ้นหิ้งไว้ในห้องนอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งโดยปกติแล้ว ผมเป็นคนเลือกหนังที่จะดูมาก ไม่ค่อยได้เข้าโรงหนังบ่อยเท่าไรในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาถ้าไม่ใช่หนังในประเภทที่ตัวเองสนใจอยากจะดูจริงๆ
มีอยู่หลายเหตุผลที่ทำให้ผมชอบหนังเรื่องนี้เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นตัวละครแสดงนำชายที่แสดงเป็น Bob Harris ที่ตีบทบาทการแสดงในบทของชายวัยกลางคน ( ที่กำลังหมดไฟในชีวิต ) ได้ยอดเยี่ยมกระเทียมดองเหลือเกิน หรือผู้แสดงนำฝ่ายหญิงก็รับบทสาวจบทางด้านปรัชญาจาก Yale ที่ดูครุ่นคิดกับชีวิตได้เหมาะสมไม่แพ้กัน ส่วนตัวประกอบอื่นๆในหนังก็เข้ามาช่วยเติมเต็มได้ดีบวกกับเพลง background ที่ไพเราะลงตัวและมุมกล้องในการถ่ายภาพ ( cinematography ) ที่ดูดึงดูดแปลกตาในเชิงสร้างสรรค์
แต่เหตุผลหลักๆ ที่สุดที่ทำให้ผมชื่นชอบหนังเรื่อง Lost in Translation เป็นพิเศษก็คงเป็นเพราะ location ของหนังเรื่องนี้คือเมืองใหญ่อย่าง โตเกียว ในญี่ปุ่น และเนื้อเรื่องในหนังก็ยั่วล้อสังคมญี่ปุ่นได้อย่างมีอารมณ์ขันซะเหลือเกินโดยผ่านคนญี่ปุ่นหลากหลายแบบในหลากหลายสไตล์และอาชีพ ส่วนใหญ่เป็นการล้อเลียนคนญี่ปุ่นและสังคมญี่ปุ่นแบบเหมารวม ( stereotyped ) อย่างเช่นว่าเป็นคนที่สุภาพ, พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้, ไม่มีการแสดงออกซึ่งอารมณ์ทางสีหน้า, มีรายการทีวีแบบแปลกๆ หรือ คนบางคนที่มีพฤติกรรมแบบประหลาดๆ เป็นต้น
ปัจจัยทั้งหลายที่ลงตัวเหล่านี้ทำให้หนังเรื่องนี้มีรสชาติที่โอชะ ( oishi ) กลมกล่อมเหลือเกิน คนที่สนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นน่าจะชอบหนังเรื่องนี้ชัวร์ๆ ส่วนคนที่ชอบญี่ป่นแต่ไม่เคยไปญี่ปุ่น ถ้าได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วก็คงจะเป็นแรงบันดาลใจทำให้อยากไปเที่ยวโตเกียวมากขึ้นแน่ๆ เลย ( ผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น เพราะตอนดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อ 2 ปีก่อนก็ยังไม่เคยไปญี่ปุ่น ) จนตอนนี้แม้ว่าผมจะเคยไปกินโซบะ, เดินเล่นชมเมืองโตเกียวมาแล้วหนหนึ่ง พอดูหนังเรื่องนี้อีกรอบก็ทำให้อยากกลับไปเที่ยวอีกครั้งเร็วๆ เอาเป็นว่าขอแนะนำเลยแล้วกันว่าต้องไปหาดูหนังดีๆ แนวๆ อย่างนี้มาดูให้ได้โดยเฉพาะพวกที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ญี่ปุ่น...ห้ามพลาดเด็ดขาด